กำลังเขียนบทความทริปนี้ให้แบบละเอียด
อาจใช้เวลา 20-40 วินาที ไม่ต้องรีเฟรชหรือกดออกนะครับ
กำลังตรวจสอบพิกัดสถานที่จริงบน Google Maps...
กำลังเขียนบทความทริปนี้ให้แบบละเอียด
อาจใช้เวลา 20-40 วินาที ไม่ต้องรีเฟรชหรือกดออกนะครับ
กำลังตรวจสอบพิกัดสถานที่จริงบน Google Maps...
ขี่มอเตอร์ไซค์รับลมทะเลเลียบชายหาดจากเมืองเพชรสู่ชายหาดชุมพร
⚠️ ถนนสายรองเลียบหาดบางช่วงมีทรายบนพื้นผิวถนนและมีโค้งแคบ เลี่ยงการใช้ความเร็วเกิน 60 กม./ชม.
ภาพโดย easy4444 (Wikimedia)
หากคุณกำลังมองหาทริปหลบความวุ่นวายไปสัมผัสกลิ่นอายทะเลแบบสโลว์ไลฟ์ การควบมอเตอร์ไซค์คู่ใจลัดเลาะเส้นทางสายรองเลียบชายหาดจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ประตูภาคใต้ที่ชุมพร คือคำตอบที่ใช่ที่สุด ทริปนี้จะพาคุณไปรับลมทะเลแบบเต็มปอด อิ่มอร่อยกับซีฟู้ดสดๆ ในงบสบายกระเป๋า และซึมซับความสุขตลอดเส้นทางชายฝั่งตะวันตกที่คุณจะไม่มีวันลืม
การเดินทางเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพมหานคร มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กของเราเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) สายลมยามเช้าพัดปะทะหน้า ให้ความรู้สึกโปร่งโสบาย ขณะขับขี่ไปตามเส้นทางมุ่งสู่สมุทรสงคราม ลมทะเลเริ่มส่งกลิ่นไอเค็มๆ มาแตะจมูก เป็นสัญญาณว่าการเดินทางรับลมทะเลได้เริ่มขึ้นแล้ว
หลังจากบิดมาร่วมสองชั่วโมง ร่างกายและท้องก็เริ่มเรียกร้องหาอาหาร เราเลี้ยวเข้าตัวเมืองแม่กลองไปพักเหนื่อยที่ 'ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาวคุณลี สมุทรสงคราม' ก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่นี่รสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นมะนาวแท้ๆ หมูนุ่มอร่อยกำลังดี ในราคาที่เป็นมิตรสุดๆ ถือเป็นการเติมพลังชั้นดีก่อนจะออกเดินทางต่อ
ออกจากสมุทรสงคราม เราหลีกเลี่ยงถนนสายหลักแล้วตัดเข้าสู่ถนนคลองโคน-บางตะบูน เส้นทางสายรองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม สองข้างทางเต็มไปด้วยฟาร์มนาเกลือและป่าชายเลน ขี่มอเตอร์ไซค์รับลมได้อย่างเพลิดเพลินจนมาถึง 'จุดชมวิวบางแก้ว เพชรบุรี' ที่นี่เราจะได้เห็นทัศนียภาพชายฝั่งโคลนและสะพานไม้ที่ยื่นไปในทะเล เหมาะกับการจอดรถพักถ่ายรูปและสัมผัสความสงบของธรรมชาติ
เมื่อความหิวช่วงเที่ยงเริ่มถามหา เราบิดรถต่อไปยัง 'ร้านอาหารบ้านลาว หาดเจ้าสามราณ' ร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ ริมชายหาด เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดคือต้มยำกุ้งน้ำใสรสเข้มข้นและปลาหมึกผัดไข่เค็ม รสชาติอร่อยคุ้มค่าเงินในกระเป๋า พร้อมนั่งชมวิว sóng ทะเลซัดกระทบฝั่งไปเพลินๆ
ช่วงบ่าย เรามุ่งหน้าต่อผ่านเส้นทางเลียบหาดชะอำ-หาดเจ้าสามราณ โปรดระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนสายรองบางช่วงจะมีเม็ดทรายกองอยู่บนพื้นผิวถนน และมีโค้งแคบหลายจุด ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัย ก่อนถึงชะอำเราแวะพักกายใจที่ 'วนอุทยานเขานางพันธุรัต' เดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติท่ามกลางเขาหินปูนรูปทรงแปลกตา มีมุมถ่ายรูปสวยๆ และบรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มไม้
ก่อนเข้าที่พัก ยามเย็นเราแวะทานมื้อค่ำที่ 'ร้านสังเวียนซีฟู้ด ชะอำ' ร้านซีฟู้ดเจ้าดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดและราคาจับต้องได้ สั่งกุ้งเผาตัวโตๆ และปลากะพงทอดน้ำปลามาแกล้มบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดิน ลมทะเลตอนเย็นพัดเย็นสบาย ทำให้มื้อนี้พิเศษยิ่งขึ้น
หลังจากเดินทางมาทั้งวัน เราเดินทางเข้าเช็คอินที่ 'ชะอำ คูลอง บีช รีสอร์ท' ที่พักระดับกลางริมหาดชะอำที่มีความคุ้มค่า ห้องพักสะอาด ตกแต่งเรียบง่าย มีสระว่ายน้ำ และสามารถเดินไปสัมผัสผืนทรายได้ในไม่กี่ก้าว เป็นการปิดท้ายวันแรกด้วยการพักผ่อนฟังเสียงคลื่นอย่างผ่อนคลาย
จุดแวะสำคัญวันนี้
ที่พักแนะนำคืนนี้
ชะอำ คูลอง บีช รีสอร์ทของที่ควรมีติดกระเป๋าไปด้วย
38Lกล่องข้างมอเตอร์ไซต์อัลลูมิเนียม กล่องเก็บรถมอเตอร์ไซค์ แร็คข้างสำหรับพาดกระเป๋า สำหรับปรับใช้กับรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น
ร่มพับ ร่ม กันฝน ร่มพกพา ร่มกันแดด ร่มกันUV ร่มกันฝน ด้านในดำลิงก์พันธมิตร Shopee — ไปดิอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีการสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ
ตื่นเช้ามาพร้อมกับเสียงคลื่นกระทบฝั่ง จิบกาแฟยามเช้าให้ร่างกายตื่นตัว ก่อนจะเช็คเอาท์และบิดมอเตอร์ไซค์ออกจากชะอำ มุ่งหน้าผ่านหัวหินไปทางเขาตากี๊ยบ เส้นทางเช้าวันนี้จราจรไม่หนาแน่น สายลมทะเลยังคงพัดผ่านเย็นสบาย สองข้างทางเปลี่ยนจากเมืองท่องเที่ยวมาเป็นชุมชนท้องถิ่นที่เรียบง่าย
มื้อเช้าแบบสายๆ วันนี้ เราแวะที่ 'ร้านส้มตำป้าแอ๊ด เขาตากี๊ยบ' ร้านส้มตำรสเด็ดขวัญใจคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวสายชิล ส้มตำไทยปูรสแซ่บกินคู่กับไก่ย่างร้อนๆ และข้าวเหนียว ทั้งอร่อยและราคาสบายกระเป๋า เพิ่มพลังงานให้พร้อมสำหรับการเดินทางไกลในวันนี้
ออกเดินทางต่อบนเส้นทางเลียบชายฝั่งมุ่งหน้าสู่ปราณบุรี เราแวะ 'วนอุทยานปราณบุรี' เพื่อเดินเล่นบนสะพานไม้ที่ตัดผ่านป่าชายเลนอันสมบูรณ์ อากาศที่นี่บริสุทธิ์มาก แสงแดดที่ลอดผ่านทิวต้นโกงกางลงมาสะท้อนพื้นน้ำเกิดเป็นภาพที่สวยงาม ชาร์จพลังชีวิตได้เป็นอย่างดี
มุ่งหน้าลงใต้ต่อไปตามถนนสายรองผ่านอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด วิวสองข้างทางสวยงามจับใจด้วยเขาสามร้อยยอดที่ตั้งตระหง่านคู่กับท้องทะเล แต่อย่าลืมระวังโค้งแคบและเศษทรายตามทาง ขับขี่ด้วยความเร็วช้าๆ ไม่เกิน 60 กม./ชม. ซึมซับบรรยากาศให้เต็มที่ จนมาถึงช่วงเที่ยงที่ 'ร้านอาหารหลิ่ว ซีฟู้ด คลองวาฬ' อิ่มอร่อยกับต้มยำโป๊ะแตกและยำใบชะครามกุ้งสด อาหารรสจัดจ้านตามสไตล์ประจวบฯ ในราคาที่คุ้มค่า
ช่วงบ่ายบิดรถเข้าสู่ตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์เพื่อไปยัง 'จุดชมวิวเขาช่องกระจก' เดินขึ้นบันไดตามเส้นทางไปสู่ยอดเขา เพื่อชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาของอ่าวประจวบ อ่าวมะนาว และเมืองประจวบฯ วิวจากมุมสูงตรงนี้สวยงามคุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ (แค่อย่าลืมระวังลิงเจ้าถิ่นระหว่างทางเดินขึ้น)
เดินทางต่อมุ่งหน้าสู่ทับสะแก เส้นทางช่วงนี้มีความสงบและเป็นธรรมชาติอย่างมาก เราแวะทานมื้อเย็นที่ 'ร้านอาหารชายทุ่ง ทับสะแก' ร้านอาหารบรรยากาศบ้านๆ ที่เสิร์ฟอาหารพื้นบ้านรสเด็ด ทั้งแกงส้มยอดมะพร้าวอ่อนและปลาทอดขมิ้น รสชาติอร่อยกลมกล่อมแบบรสมือแม่ในราคาสบายกระเป๋า
ยามเย็นเราเดินทางเข้าเช็คอินที่ 'Rocky Point Resort ทับสะแก' รีสอร์ทสวยบรรยากาศสงบติดชายหาดหินและทราย บรรยากาศเป็นส่วนตัวมากๆ เหมาะกับการนั่งเล่นฟังเสียงคลื่นยามค่ำคืน พักผ่อนเอาแรงก่อนเข้าสู่ไคลแม็กซ์ของทริปในวันพรุ่งนี้
จุดแวะสำคัญวันนี้
ภาพโดย easy4444 (Wikimedia)
เช้าวันที่สาม วันที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของทริป! เราตื่นรับอรุณพร้อมอากาศสดชื่นแห่งทับสะแก ก่อนออกเดินทางเติมพลังมื้อเช้าที่ 'ร้านป้าเอื้อย ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทับสะแก' ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณใส่เครื่องแน่นๆ ทั้งหมูสับ ลูกชิ้น และไข่ต้มยางมะตอย รสชาติกลมกล่อมไม่ต้องปรุงเพิ่ม เป็นการเริ่มต้นวันที่สมบูรณ์แบบ
ควบมอเตอร์ไซค์ออกจากทับสะแก มุ่งหน้าเข้าเขตจังหวัดชุมพร ผ่านถนนสายรองเลียบชายหาดที่เชื่อมต่อระหว่างประจวบฯ และชุมพร จุดแวะแรกของวันคือ 'หาดบางเบิด' หาดทรายกว้างขวางสงบเงียบ มีเนินทรายสีแดงธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ลมทะเลพัดแรงสะใจ ขี่รถริมหาดรับแดดยามเช้าได้บรรยากาศสุดชิล
จากนั้นเราบิดมอเตอร์ไซค์ลัดเลาะตามเส้นทางเลียบชายฝั่งตะวันตก มุ่งหน้าสู่หาดทุ่งวัวแล่น ชายหาดขึ้นชื่อของชุมพร ทางช่วงนี้มีโค้งสวยงามเลียบชายหาดและทิวต้นมะพร้าวตลอดทาง เราแวะพักกินอาหารกลางวันที่ 'ร้านอาหารยิ้มยิ้ม ซีฟู้ด หาดทุ่งวัวแล่น' ร้านซีฟู้ดริมหาดบรรยากาศดี ลิ้มลองปลาหมึกแดดเดียวและหมึกไข่นึ่งมะนาว สดใหม่จากทะเล รสชาติอร่อยเด็ดถูกใจ
ช่วงบ่าย เดินทางต่อไปยัง 'จุดชมวิวเขาดินสอ' ไฮไลท์การชมวิวในวันนี้ เดินเท้าขึ้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติสั้นๆ ไปยังยอดเขา ที่นี่เป็นจุดชมวิวอ่าวและชายหาดชุมพรแบบ 360 องศา และยังเป็นจุดดูนกเหยี่ยว Migration ที่สำคัญ ภาพน้ำทะเลสีฟ้าครามตัดกับทิวเขาเขียวขจีเบื้องหน้ามันสวยงามจนหายเหนื่อยเป็นปลอกทิ้ง
บิดรถลงมาจากเขาดินสอ มุ่งหน้าเลียบหาดภราดรภาพ สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ก่อนแวะทานมื้อค่ำที่ 'ร้านอาหารลุย ซีฟู้ด หาดภราดรภาพ' ร้านอาหารชื่อดังที่การันตีความสดของวัตถุดิบ เมนูแกงเหลืองปลากะพงและกุ้งผัดกะปิสะตอรสชาติจัดจ้านถึงใจสไตล์ใต้แท้ๆ เป็นมื้อค่ำที่อร่อยประทับใจสุดๆ
ปิดท้ายวันไคลแม็กซ์ด้วยการเข้าเช็คอินที่ 'ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท' ที่พักระดับตำนานริมหาดทุ่งวัวแล่น เน้นแนวคิดอนุรักษ์ธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น นั่งมองทะเลฟังเสียงคลื่นยามค่ำคืนใต้แสงดาว ถือเป็นจุดจบของวันที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางสายชิล
จุดแวะสำคัญวันนี้
ภาพโดย Pradid MeChai (Wikimedia)
เช้าวันสุดท้ายของทริป ตื่นมาซึมซับบรรยากาศความสงบยามเช้าของหาดทุ่งวัวแล่น นั่งมองพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้าทะเลชุมพร สีส้มทองสะท้อนผืนน้ำเป็นภาพที่สวยงามจับใจ ก่อนจะเก็บสัมภาระผูกท้ายมอเตอร์ไซค์เตรียมพร้อมเดินทางกลับ
เราเริ่มจุดแวะแรกของวันด้วยการเติมความสดชื่นที่ 'ร้านกาแฟถ้ำสิงห์ ชุมพร' ร้านกาแฟเข้มข้นสไตล์โรบัสต้าแท้ท้องถิ่นชุมพร จิบกาแฟเย็นๆ หอมเข้มคู่กับขนมปังยามเช้า ชมวิวทิวทัศน์สวนกาแฟและธรรมชาติรอบๆ ช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าสำหรับการเดินทางไกล
จากนั้นขับรถต่อไปยัง 'ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หาดทรายรี' จุดสักการะสำคัญของชาวชุมพรและนักท่องเที่ยว เพื่อกราบไหว้ขอพรเสด็จในกรมฯ ให้เดินทางกลับโดยปลอดภัย พร้อมชมวิวเรือหลวงชุมพรที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่ริมหาดทรายรี
ก่อนออกเดินทางออกจากชุมพร เราแวะทานอาหารกลางวันปิดท้ายมื้อทะเลที่ 'ร้านอาหารรับลม ชุมพร' ร้านอาหารบรรยากาศดีปากน้ำชุมพร สั่งยำไข่แมงดาและปูม้าพริกไทยดำ รสชาติอร่อยสดใหม่ คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
หลังจากทานอิ่ม เราขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไป 'จุดชมวิวเขามัทรี' เพื่อมองลงมาเห็นพาโนรามาของปากน้ำชุมพร ชุมชนประมง และชายหาดโค้งสวยงาม เป็นมุมลาทะเลชุมพรที่สวยงามที่สุด ก่อนที่เราจะเบนเข็มรถเข้าสู่ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เพื่อเดินทางมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ
การเดินทางกลับใช้เส้นทางสายหลักเพชรเกษม วิ่งยาวข้ามจังหวัด ชะลอความเร็วและพักรถทุกๆ 100 กิโลเมตรเพื่อความปลอดภัย จนมาแวะพักที่ 'ร้านของฝากคุณสาหร่าย ชุมพร' จุดแวะพักใหญ่ที่เราได้เลือกซื้อของฝากยอดฮิตอย่างกล้วยเล็บมือนาง และกะปิแท้ชุมพร กลับไปฝากคนที่บ้าน
ขี่มอเตอร์ไซค์ยาวๆ สลับพักผ่อนตามปั๊มน้ำมัน จนกระทั่งเดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพในช่วงค่ำ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากการขับขี่ แต่น้ำใจและบรรยากาศความสุขตลอดชายฝั่งตะวันตกยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ
จุดแวะสำคัญวันนี้
ทริปขี่มอเตอร์ไซค์เลียบชายฝั่งตะวันตกจากกรุงเทพฯ สู่ชุมพรในเวลา 4 วัน 3 คืนนี้ เป็นการเดินทางที่เติมเต็มพลังชีวิตได้อย่างอัศจรรย์ ความสุขของการเดินทางไม่ได้อยู่แค่ที่จุดหมายปลายทางอย่างทะเลชุมพรเท่านั้น แต่ยังอยู่ในทุกๆ โค้งสายรอง ทุกหยดเหงื่อ และลมทะเลที่พัดผ่านตลอดเส้นทาง หากคุณอยากสัมผัสประสบการณ์สโลว์ไลฟ์ที่คุ้มค่าและมีความหมาย ลองสตาร์ทมอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้วออกไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งครับ!
ที่พักแนะนำคืนนี้
Rocky Point Resort ทับสะแกของที่ควรมีติดกระเป๋าไปด้วย
SOLOEVER Hat UPF50+ หมวกตกปลา, หมวกกันแดดกันลมกลางแจ้ง, ปกเต็มหน้า, หมวกกันน้ำ, เหมาะสำหรับการตกปลา, แคมป์ปิ้ง, เดินป่า
6000mAh ปั๊มลมไฟฟ้าไร้สาย พกพา ชาร์จได้ เป่าลมหมอน ที่นอน แคมป์ปิ้ง พร้อมหัวเป่าหลายขนาดลิงก์พันธมิตร Shopee — ไปดิอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีการสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ
ภาพโดย easy4444 (Wikimedia)
ที่พักแนะนำคืนนี้
ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ทของที่ควรมีติดกระเป๋าไปด้วย
GEARELEC H8 หมวกกันน็อคบลูทูธ บลูทูธ 5.3 กันน้ำ IP67 ลดเสียงรบกวนอัจฉริยะ CVC&DSP แบ่งปันเพลง เอฟเฟกต์เสียงอีคิว FM
ชุดกันฝน Pole racing ขี่มอเตอร์ไซค์อย่างดี AR801 สีเขียว,สีแดง,สีส้มใหม่ มีทุกไซส์ ถึงไซส์ใหญ่ วันเดียวถึงลิงก์พันธมิตร Shopee — ไปดิอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีการสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ
ภาพโดย Pradid MeChai (Wikimedia)
ของที่ควรมีติดกระเป๋าไปด้วย
AUKEY PA-TA08 65W หัวแปลงปลั๊กไฟ 65W Universal Travel Adapter ช่อง USB-C และ USB-A รุ่น PA-TA08
TESSAN Universal Travel Adapter อะแดปเตอร์ปลั๊กสำหรับการเดินทางทั่วโลกพร้อมพอร์ต USB A และ 3 พอร์ต USB Cลิงก์พันธมิตร Shopee — ไปดิอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีการสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ