กำลังเขียนบทความทริปนี้ให้แบบละเอียด
อาจใช้เวลา 20-40 วินาที ไม่ต้องรีเฟรชหรือกดออกนะครับ
กำลังตรวจสอบพิกัดสถานที่จริงบน Google Maps...
กำลังเขียนบทความทริปนี้ให้แบบละเอียด
อาจใช้เวลา 20-40 วินาที ไม่ต้องรีเฟรชหรือกดออกนะครับ
กำลังตรวจสอบพิกัดสถานที่จริงบน Google Maps...
เดินทางด้วยรถบัส ต่อรถไฟดอนเมือง-นครปฐม มุ่งสู่น้ำตกเอราวัณและชุมชนปากแพรก
⚠️ การเดินทางด้วยพาหนะสาธารณะต้องเผื่อเวลาต่อรถบัสและรถไฟอย่างเคร่งครัด
ภาพโดย Athichitra (Wikimedia)
ใครว่าไม่มีรถส่วนตัวแล้วจะเที่ยวข้ามภูมิภาคแบบประหยัดไม่ได้! ทริปนี้เราจะพาทุกคนนั่งรถบัสต่อรถไฟจากขอนแก่น มุ่งหน้าสู่ดินแดนทวารวดีที่นครปฐม ก่อนจะนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์เข้าสู่กาญจนบุรี สัมผัสเสน่ห์ยามเย็นริมแม่น้ำแคว ละอองน้ำตกเอราวัณอันบริสุทธิ์ และชุมชนโบราณปากแพรกในงบสบายกระเป๋าแต่คุ้มค่าที่สุด
ภาพโดย Athichitra (Wikimedia)
การเดินทางเริ่มต้นตั้งแต่ดึกดื่นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ 3 เราเลือกนั่งรถบัสปรับอากาศสายอีสาน-ใต้ รอบดึกเพื่อไปลงที่จังหวัดนครปฐม การเดินทางด้วยรถสาธารณะไกลๆ แบบนี้ เคล็ดลับคือควรจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วัน และมาถึงท่ารถก่อนเวลาอย่างน้อย 30 นาที เสียงเครื่องยนต์ดึมๆ กลิ่นเบาะรถ และวิวแสงไฟริมทางหลวงสายมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ชวนให้เคลิ้มหลับไปพร้อมความตื่นเต้นของการเดินทาง
ตื่นเช้ามาพร้อมกับลมเย็นๆ เมื่อรถบัสมาจอดส่งที่จุดจอดริมถนนเพชรเกษม นครปฐม เราเดินเท้าต่อเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อปักหลักมื้อเช้าแรกที่ 'ร้านตั้งฮะเส็ง นครปฐม' ร้านข้าวหมูกรอบ-หมูแดงระดับตำนานใกล้กับองค์พระปฐมเจดีย์ หมูกรอบที่นี่หนังกรอบกริ๊บ มันแทรกกำลังดี ราดน้ำหมูแดงรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ราคาย่อมเยาชวนให้อิ่มท้องแบบประหยัด
เมื่ออิ่มแล้ว เดินเท้าต่อเพียงไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึง 'องค์พระปฐมเจดีย์' มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยามเช้าบรรยากาศสงบเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเวียนเทียนรอบองค์พระเจดีย์องค์ใหญ่สีทองอร่าม สัมผัสความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมทวารวดีโบราณ แนะนำให้ถ่ายมุมมหาชนจากบริเวณศาลาการเปรียญ จะได้ภาพองค์พระเจดีย์ตั้งผงาดตัดกับฟ้าใสอย่างสวยงาม
จากองค์พระปฐมเจดีย์ เราเดินเท้าไปยังสถานีรถไฟนครปฐม เพื่อต่อรถไฟธรรมดาขบวนท้องถิ่นมุ่งหน้าสู่กาญจนบุรี การนั่งรถไฟชั้น 3 ลมพัดตึงๆ ผ่านทุ่งนาและสวนผักของชาวบ้านคือเสน่ห์ที่รถส่วนตัวให้ไม่ได้ ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมงก็มาถึงสถานีรถไฟกาญจนบุรี จุดนี้เราก้าวลงสู่ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ
ลงจากรถไฟ นั่งรถสองแถวเหลืองสายกาญจนบุรี-ลาดหญ้า หน้าสถานีรถไฟ (ค่ารถราวๆ 10-20 บาท) ตรงมาเติมพลังมื้อเที่ยงที่ 'ร้านข้าวหมูกรอบหงษ์หยก กาญจนบุรี' ร้านสตรีทฟู้ดขวัญใจคนท้องถิ่น หมูกรอบชิ้นโตน้ำราดหอมกลิ่นเครื่องเทศโบราณ อิ่มอร่อยในราคาประหยัดสบายกระเป๋ามากๆ สมกับเป็นทริปเที่ยวคุ้ม
ช่วงบ่ายแก่ๆ นั่งรถสองแถวต่อมายัง 'สะพานข้ามแม่น้ำแคว' สัญลักษณ์สำคัญของกาญจนบุรี เดินเท้าบนรางรถไฟสายประวัติศาสตร์ มองลงไปเห็นลำน้ำแควใหญ่ที่ไหลเชี่ยว ความรู้สึกเงียบสงบผสมผสานกับประวัติศาสตร์อันทรงจำ ยิ่งช่วงพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มทองกระทบกับโครงเหล็กสีดำของสะพาน เป็นจุดถ่ายรูปที่งดงามและอิมแพกต์ต่อหัวใจมากๆ
ยามเย็น เดินเท้าจากสะพานข้ามแม่น้ำแควมาไม่ไกล นั่งพักผ่อนรับลมที่ 'ร้านคีรีธารา' ร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดี แม้เรามาสายประหยัด แต่สามารถเลือกสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ หรือต้มยำปลาคังหม้อเดี่ยวมาแบ่งกันชิม ชาติน้ำซุปร้อนๆ ชมวิวสะพานข้ามแม่น้ำแควในมุมกว้างยามไฟบนสะพานเริ่มเปิดสว่างไสว ถือเป็นการให้รางวัลตัวเองหลังเดินทางไกล
คืนนี้เราเข้าเช็กอินที่ 'พลอยเกสท์เฮาส์ กาญจนบุรี' ที่พักราคาย่อมเยายอดนิยมของสายแบ็คแพ็คเกอร์ บรรยากาศเป็นกันเอง ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำ ห้องพักเรียบง่ายสะอาดสะอ้าน เหมาะกับการพักผ่อนเอาแรง นอนฟังเสียงสายน้ำและลมคืนนี้ให้เต็มอิ่ม ก่อนตะลุยธรรมชาติต่อในวันพรุ่งนี้
จุดแวะสำคัญวันนี้
ภาพโดย Athichitra (Wikimedia)
ของที่ควรมีติดกระเป๋าไปด้วย
สายรัดมอเตอร์ไซค์ 1M/3M สายรัดท้ายรถ เข็มขัดรัดของ แข็งแรง ทนทาน รัดกล่อง กระเป๋า สัมภาระ ปรับความยาวได้
แว่นตาปั่นจักรยานแบบโฟโตโครมิก กันแดดและกันลม เหมาะสำหรับการขี่จักรยานเสือภูเขาและการเดินป่าลิงก์พันธมิตร Shopee — ไปดิอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีการสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ
ภาพโดย Don Ramey Logan (Wikimedia)
ตื่นรับอรุณยามเช้า เดินเท้าจากที่พักมายังถนนแม่น้ำแคว เพื่อแวะเติมความสดชื่นที่ 'ร้านกาแฟชิดลม กาญจนบุรี' ร้านกาแฟบรรยากาศน่ารักริมน้ำ จิบกาแฟโบราณหรือชาเย็นเข้มข้นคู่กับขนมปังปิ้งราคามิตรภาพ ฟังเสียงนกร้องยามเช้าและชมหมอกบางๆ บนผิวน้ำ ช่วยปลุกร่างกายให้พร้อมสำหรับทริปธรรมชาติวันนี้
จากตัวเมือง เราเดินไปที่สถานีขนส่งกาญจนบุรี เพื่อขึ้นรถสองแถวใหญ่ประจำทาง สายกาญจนบุรี - น้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นพาหนะหลักของสายประหยัด (ควรเผื่อเวลามาถึง BKS ก่อนเวลารถออกสัก 20 นาที) รถค่อยๆ วิ่งผ่านนากลาง ทุ่งหญ้า และชุมชนชนบท ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านหน้าต่างทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่อเลย
เดินทางมาถึง 'อุทยานแห่งชาติเอราวัณ' สายธรรมชาติต้องกรีดร้องด้วยความฟิน! น้ำตกเอราวัณขึ้นชื่อเรื่องน้ำสีเขียวมรกตสดใส มีทั้งหมด 7 ชั้น เราค่อยๆ เดินเท้าไต่ระดับไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ของป่าเบญจพรรณ จุดถ่ายรูปสุดปังคือชั้นที่ 2 'วังมัจฉา' ที่มีฝูงปลาพลวงว่ายวน และชั้นที่ 7 'ภูผาเอราวัณ' ที่ผาน้ำตกมีรูปร่างคล้ายเศียรช้างสามเศียร
มื้อเที่ยงหลังจากเดินออกแรงจนหิว เราแวะกินข้าวที่ 'ร้านส้มตำเจ้ปลา น้ำตกเอราวัณ' ร้านแซ่บๆ หน้าอุทยานฯ สั่งส้มตำปูปลาร้ารสจัดจ้าน ไก่ย่างหนังกรอบ และข้าวเหนียวนุ่มๆ ราคาบ้านๆ แต่อร่อยจนต้องเช็ดจาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวสายประหยัดที่ต้องการพลังงานสดชื่นสดใหม่
ช่วงบ่าย นั่งรถสองแถวท้องถิ่นต่อขึ้นไปอีกนิดเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของ 'เขื่อนศรีนครินทร์' เขื่อนหินแยกรักษาความมั่นคงแห่งแรกของไทย บรรยากาศบนสันเขื่อนกว้างขวาง สดชื่นด้วยลมเลย์ที่พัดมาจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ วิวทิวทัศน์ภูเขาสลับซับซ้อนรายล้อมอ่างเก็บน้ำ มองเห็นผิวน้ำประกายแวววาว เป็นจุดถ่ายรูปแนวพาโนรามาที่สวยงามและสบายตามากๆ
เย็นลง เรานั่งรถสองแถวกลับเข้าสู่ย่านชุมชนใกล้น้ำตก มุ่งหน้าไปกินมื้อเย็นที่ 'ร้านอาหารครัวสบายจิต' ร้านอาหารตามสั่งและกับข้าวสไตล์ท้องถิ่น รสชาติรสมือแม่ ราคาน่ารัก เมนูเด็ดคือต้มยำไก่บ้านและผัดเผ็ดปลาช่อนทอดกรอบ รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกงเมืองกาญจน์แท้ๆ
ปิดท้ายวันที่สองด้วยการเข้าเช็กอินที่ 'เพชรไพรวัลย์ เกสท์เฮาส์' โฮมสเตย์/เกสท์เฮาส์สไตล์ธรรมชาติราคาย่อมเยา ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่น ท้องฟ้าคืนนี้เต็มไปด้วยดวงดาว บรรยากาศเงียบสงบ ได้ยินเสียงแมลงและสายลมกระทบใบไม้ นั่งคุยแลกเปลี่ยนความประทับใจของวันกับเพื่อนเดินทาง ก่อนหลับสนิทในคืนที่ธรรมชาติโอบกอด
เช้าวันสุดท้าย นั่งรถสองแถวจากย่านเอราวัณกลับเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีแต่เช้าตรู่ เดินทางมุ่งหน้าสู่ย่านประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำแก้วที่ 'ร้านต้มเลือดหมูจันทร์เพ็ญ ย่านเก่าปากแพรก' ร้านเก่าแก่คู่เมือง ซดน้ำซุปร้อนๆ หอมกลิ่นพริกไทย เครื่องในสะอาดไม่มีกลิ่นคาว กินคู่กับจ้าวสวยร้อนๆ เป็นมื้อเช้าที่เติมพลังงานได้ยอดเยี่ยมในราคาประหยัด
อิ่มแล้ว เริ่มต้นเดินเท้าสำรวจ 'ชุมชนปากแพรก (ถนนคนเดินปากแพรก)' ถนนสายประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองกาญจนบุรี สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารตึกแถวโบราณสถาปัตยกรรมตะวันตกผสมจีน เช่น บ้านสิทธิสังข์ และบ้านบุญยงค์ ผนังปูนเก่าๆ และประตูไม้ขัดแตะ เหมาะกับการเดินถ่ายรูปฮิปๆ สไตล์วินเทจ สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวปากแพรกที่ยังคงความสงบและเป็นกันเอง
ก่อนเที่ยง เดินเท้าเลาะออกจากย่านเก่ามาไม่ไกล แวะชิมมื้อเที่ยงที่ 'ร้านก๋วยเตี๋ยวแฮปปี้ กาญจนบุรี' ร้านก๋วยเตี๋ยวราคาย่อมเยาแต่รสชาติไม่ธรรมดา เด่นที่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสุโขทัยและก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นน้ำซุปหอมกลมกล่อม ชามเดียวเอาอยู่ สร้างความแฮปปี้สมชื่อร้านก่อนออกเดินทางต่อ
ช่วงบ่าย นั่งรถสองแถวท้องถิ่นหรือ Grab Car สั้นๆ ออกไปปักหลักสงบจิตสงบใจที่ 'วัดถ้ำพุส้ม' วัดสวยบนเนินเขาที่มีความเงียบสงบ ลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา เหมาะแก่การกราบพระประธานในถ้ำ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางไกล และชมวิวทิวทัศน์รอบตัวเมืองกาญจนบุรีจากมุมสูง
ก่อนกลับ เดินทางไปที่ 'ร้านของฝากแก้ว กาญจนบุรี' จุดแวะซื้อของฝากยอดนิยม เลือกซื้อวุ้นมะพร้าวอ่อน มะขามแก้ว และวุ้นทองหยอด ซึ่งเป็นของดีเมืองกาญจน์ที่ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับซื้อไปฝากคนทางบ้านและเพื่อนร่วมงานที่ขอนแก่น
ปิดทริปด้วยการนั่งรถตู้หรือรถสองแถวมาที่บขส.กาญจนบุรี เพื่อต่อรถบัสโดยสารกลับสู่จังหวัดขอนแก่น (หรือขึ้นรถตู้เข้ากรุงเทพฯ แล้วต่อรถไฟ/รถบัสยาวกลับขอนแก่น) การเดินทางด้วยรถสาธารณะทำให้เรามีเวลาได้นั่งทบทวนรูปถ่าย ทบทวนความทรงจำอันอบอุ่น และพักผ่อนสายตาตลอดเส้นทางข้ามภูมิภาค
เราเดินทางกลับถึงจังหวัดขอนแก่นในช่วงดึกโดยสวัสดิภาพ พร้อมกับเป้หนึ่งใบ ของฝากเต็มมือ และความทรงจำที่แน่นเปี่ยมในหัวใจ
ทริป 3 วัน 2 คืน จากขอนแก่นสู่กาญจนบุรีครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การเที่ยวแบบไม่มีรถส่วนตัวและงบประหยัด ไม่ใช่จำกัดความสนุกเลยแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้เราได้สัมผัสจังหวะชีวิตที่ช้าลง ได้คุยกับคนท้องถิ่นบนรถสองแถว และซึมซับประวัติศาสตร์กับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง หากคุณกำลังมองหาทริปครบรสที่คุ้มค่า ลองก้าวออกจากบ้านแล้วออกเดินทางตามเส้นทางนี้ดูสักครั้งนะครับ!
ภาพโดย Supanut Arunoprayote (Wikimedia)
ที่พักแนะนำคืนนี้
พลอยเกสท์เฮาส์ กาญจนบุรีจุดแวะสำคัญวันนี้
ภาพโดย Don Ramey Logan (Wikimedia)
ภาพโดย Kittipong khunnen (Wikimedia)
ที่พักแนะนำคืนนี้
เพชรไพรวัลย์ เกสท์เฮาส์ของที่ควรมีติดกระเป๋าไปด้วย
ไฟตะเกียงแคมป์ปิ้ง ย้อนยุค ไฟแคมป์ปิ้ง แสงแสงอาทิตย์ กันน้ำ ไฟแคมป์ปิ้ง ส่องสว่าง ไฟ LED แบบชาร์จไฟแบบพกพา type c K22
MOBI GARDEN ถุงนอน แบบพกพา สําหรับตั้งแคมป์ เดินป่า กลางแจ้ง สํานักงาน 1.0-1.4kgลิงก์พันธมิตร Shopee — ไปดิอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีการสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ
ของที่ควรมีติดกระเป๋าไปด้วย
Portable Power Station สถานีไฟฟ้าแบบพกพา แหล่งจ่ายไฟแบบพกพา แคมป์ปิ้ง ไฟพลังงานแสงอาทิตย์และแผงโซลาร์เซลล์ 220V
Insta360 X5 กล้อง 360 องศา ประกันศูนย์ Insta 360 X5 Insta360X5 Insta 360 One X5 Insta360 OneX5 360ลิงก์พันธมิตร Shopee — ไปดิอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีการสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ